ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ บ้านและสวน
ผักเบี้ย ไม้คลุมดินที่มักขึ้นตาหัวไร่ปลายนา ดอกสีขาวขนาดเล็กดูละเอียดนุ่มก็เป็นอีกจุดเด่นที่จะพัฒนาต่อไปได้
12345678910...
วัชพืชแต่งสวน ปลูกง่าย สวยด้วย
     “วัชพืช” คือ พืชอะไรก็ตามที่ขึ้นในที่ซึ่งเราไม่ต้องการ ในที่นี้หมายความถึงไม้ประดับที่ขึ้นผิดที่ผิดทางก็ได้เช่นกัน แต่โดยทั่วไปแล้วเรามักเรียกพืชที่ขึ้นริมทาง ที่รกร้างว่างเปล่า หญ้าต่าง ๆที่ขึ้นรบกวนในแปลงเพาะปลูกว่าวัชพืชเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยมักมองในแง่ที่ว่าเป็นพืชที่ทำความเสียหายมากกว่าผลดี แต่หากมองในแนวทางของไม้ประดับแล้ว วัชพืชหลายชนิดมีความสวยงามมากเพียงพอที่จะนำมาพัฒนาสายพันธุ์เป็นไม้ตกแต่งสวน ด้วยจุดเด่นที่ว่าเป็นพืชดูแลง่าย เจริญเติบโตได้ดีในแทบทุกสภาพพื้นที่ แต่กว่าวัชพืชสักต้นจะกลายมาเป็นไม้ประดับได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย วิธีคัดเลือกสายพันธุ์ การควบคุมไม่ให้เกิดการระบาดจนเป็นเป็นอันตรายต่อพืชชนิดอื่น ทั้งหมดนี้มีวิธีการทำอย่างไร มืออาชีพทั้งสองท่าน จะมาให้ข้อมูลและคำตอบทั้งหมดในคอลัมน์ “คุยกับมืออาชีพ” ฉบับนี้แล้วค่ะ

คัดและพัฒนากันก่อน
     แม้ว่าวัชพืชจะมีข้อดีในแง่ของการปลูกเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว แต่สิ่งเหล่านี้ก็เป็นดาบสองคมเพราะพืชเหล่านี้หากไม่มีการนำมาใช้ที่ดีก็จะส่งผลเสียในแง่ของการกระจายพันธุ์อย่างรวดเร็วจนทำลายพืชปลูกหลักได้ ซึ่งวิธีคิดและคัดเลือกของคุณสาธิตก็คือ
     “การผลิตพรรณไม้อะไรก็ตามออกสู่ท้องตลาด ผมจะทดลองอย่างน้อย 3 ปี โดยปีแรกจะเป็นการทดลองปลูก บางชนิดอาจยังไม่ออกดอกให้เห็นก็ยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นอย่างไร พอปีที่สองเริ่มเห็นผล ต้นไม้เริ่มออกดอกก็จะรู้ว่าสวยหรือไม่สวย ปีที่สามจึงได้ขยายพันธุ์ แต่ 3 ปีนี่คือแบบเร็วสุดครับ บางชนิดต้องใช้เวลา 4-5 ปีก็มี ซึ่งในกรณีถ้าเป็นวัชพืชก็จะมีเกณฑ์การดูอีกว่าต้นไหนควรปล่อยหรือไม่ โดยดูจาก
1. ไม่แพร่ระบาด การระบาดคือการขยายพันธุ์อย่างหนึ่ง แต่การไม่ระบาดคือไม่ไปแทรกแซงไม้ประดับจนเกินไป หากไม่แพร่พันธุ์ด้วยเมล็ด ความร้ายแรงก็จะลดลงหรือไม่ติดเมล็ดง่ายเกินไป สุดท้ายคือกออยู่ชิดต้นไม่ระรานมากเกินไป
2. ปลูกได้ดีในเมืองไทย ในกรณีที่นำพืชเข้ามาจากต่างประเทศก็ต้องมีการทดลองคัดสายพันธุ์ให้พืชปรับตัวและสามารถเจริญเติบโตได้ดีในบ้านรา
3. ไม่มีโรค นอกจากช่วยลดเรื่องการแพร่กระจายแล้วยังทำให้ผู้ซื้อมั่นใจในคุณภาพของต้นไม้ชนิดนั้น
4. ปลูกได้ดีพอสมควร คือดูแลง่าย ไม่ใช่พรรณไม้ที่ปลูกเลี้ยงยากจนเกินไปนัก

วิธีทดลองทำกันอย่างไรบ้าง
     “ในบรรดาวัชพืชทั้งหมดแล้วพืชในกลุ่มหญ้า (Grass) และพืชคล้ายหญ้า (Grass Like คือพืชที่มีลักษณะเป็นเส้นให้ผิวสัมผัสและรูปทรงเหมือนกับหญ้า) เป็นที่นิยมในการนำมาใช้เป็นไม้ประดับมากที่สุด ตัวเด่นๆที่นี่ ได้แก่ ไอริสสีม่วง กกกระดุม เตยทอง หญ้าถอดปล้อง ไดเตส หญ้าเซนต์ออกัสตินด่าง หญ้ารุ้ง หนวดปลาดุกด่าง ฯลฯ ถ้าเป็นพืชจำพวกหญ้า (วงศ์ Poaceae) จะใช้วิธีการขยายพันธุ์ 2 วิธี 1. แยกกอและปักชำ 2. เพาะเมล็ด เพื่อหวังผลทางการกลายพันธุ์ สำหรับไม้ชนิดอื่น ๆจะมีการคัดฟอร์มต้นที่สวยนำไปขยายพันธุ์ต่อ เช่น บานไม่รู้โรยป่า มีคัดต้นที่ดอกขาวจัด ช่อดอกสั้นมาก หรือนำไปทดลองในสภาพปลูกต่าง ๆ เทียบกับสภาพจริง อีกวิธีคือทำให้ต้นไม้มีการปรับตัว เช่น ต้นไหนอยู่บนบกจับโยนลงน้ำ ต้นไหนอยู่ในน้ำลองนำมาปลูกเลี้ยงบนบก หรือไม้ชอบแดดเอาไปเลี้ยงในร่ม ไม้ร่มนำมาเลี้ยงกลางแจ้ง มันก็จะมีต้นที่รอดต้นไหนได้ก็คัดเลือกมาใช้ แต่ถ้าต้นไหนเราได้มาแล้วไม่รู้สภาพปลูกก็ต้องสังเกตอาการเอาเช่น ถ้าได้น้ำจากสปริงเกลอร์แล้วเน่าก็ต้องย้ายเปลี่ยนที่ ดูอาการกันต่อไป”

สวยไม่สวยดูกันที่…
     “เราเป็นคนชอบต้นไม้เพราะฉะนั้นดูอะไรก็สวยไปหมดแล้วครับตอนนี้ แต่วิธีเลือกก็คือถ้าเป็นไม้ต่างประเทศก็จะดูก่อนว่าไม่มีในไทย มีความแตกต่างจากต้นไม้ที่มีอยู่ทั่วไป แต่ถ้าดูปุ๊บมันคล้ายกับที่มีอยู่แล้วก็ไม่มีประโยชน์ที่จะมาทำ ยกเว้นบางอย่าง เช่น เตยสีทอง ปลูกแล้วดูคล้ายการะเกด แต่การะเกดมีหนาม เราก็คิดว่าตัวนี้ปลูกมาเยอะๆน่าจะแทนการะเกดได้ เพราะคนเกลียดการะเกดที่มันมีหนาม นั่นก็คือมองเห็นข้อดีของมันซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ก็คือความสวยงามดึงดูดสายตา ซึ่งนอกจากเราเองจะดูก่อนแล้วว่าชอบก็ต้องลองนำออกวางตลาด ถ้ามีคนมาถามเยอะแปลว่าต้นนั้นดึงดูดใจ แต่ถ้าไม่มีคนถามเลยแปลว่าต้นนี้เงียบก็จะเก็บไว้ก่อน ไม่ขยายพันธุ์เพิ่ม
     “สำหรับผู้ซื้อก็มีผลเหมือนกัน เราสามารถแยกกลุ่มผู้ซื้อออกเป็น 2 แบบก็คือ กลุ่มคนทั่วไปซื้อปลีก กลุ่มนี้จะเน้นไม้แปลก ๆ อีกกลุ่มก็คือนักจัดสวนที่จะเน้นการนำไปใช้แบบแมส ดังนั้นไม้แต่ละตัวก็จะเหมาะกับกลุ่มคนไม่เหมือนกัน วิธีดูก็คือต้นอะไรก็ตามที่อยู่ยิ่งเยอะยิ่งสวย อันนั้นดีทำเยอะๆขายส่งได้ อะไรที่อยู่น้อย ๆแล้วสวยก็เหมาะสำหรับปลูกตามบ้านมากกว่า สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นจะเป็นขั้นตอนการคัดกรองอีกอย่างหนึ่ง
     “อย่างไรก็ตามพืชจะไม่เป็นวัชพืชก็ต่อเมื่อเราปล่อยให้มันสวยอย่างจงใจ ถูกเวลา ถูกที่ รวมทั้งการปรับทัศนคติของผู้ใช้งานที่เปิดกว้าง ก็จะทำให้มีทางเลือกในการออกแบบสวนเพิ่มขึ้น” คุณตุลย์ให้ทัศนะเพิ่มเติม และด้วยแนวคิดในการค้นหาความแปลกใหม่และสร้างสรรค์ในงานออกแบบ งานบ้านและสวนแฟร์ปีนี้จึงมีการเนรมิตสวนโชว์ในคอนเซ็ปต์ “ทุ่งเท่” ที่นำวัชพืชมาใช้ในการจัดสวน โดยส่วนหนึ่งนำพรรณไม้จากที่นี่ไปใช้ ใครอยากรู้ว่าเมื่อนำมาจัดแล้วจะออกมาสวยแค่ไหน ตามไปชมกันได้ค่ะ

สนใจพรรณไม้สวยๆติดต่อ คุณสาธิต พุทธวรลักษณ์ Doc Nursery โทรศัพท์ 08-1618-6356


Article by tag

Amarin Training