บ้านและสวน แมกกาซีน
ไขปัญหาบ้านมือสอง
โปรแกรมคำนวณค่าไฟฟ้า

ตรวจสอบระบบประปาและสุขาภิบาล หลังน้ำท่วม

22 ธ.ค. 2554 | 27437 views

           ดูเผินๆเป็นระบบที่เหมือนกับไม่มีปัญหาจากเหตุการณ์นํ้าท่วม แต่หากมองข้ามไป อาจทำให้เราป่วยไข้และสูญเสียชีวิตได้ เพราะระบบประปาและสุขาภิบาลนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องสุขอนามัย ซึ่งมีแนวทางตรวจสอบดังนี้
          A: ก่อนใช้น้ำประปา ควรเปิดระบบประปาเป็นแบบใช้โดยตรง (ไม่ผ่านปั๊มน้ำ) เพื่อป้องกันเศษดินโคลนที่อาจปะปนอยู่ภายในท่อน้ำ ซึ่งอาจทำให้ปั๊มน้ำเสียหายได้ แต่หากพบความผิดปกติ อาทิ ท่อน้ำประปาแตกหรือรั่วซึม สามารถแยกออกได้เป็น 2 กรณี คือ ท่อน้ำรั่วภายในบ้าน และท่อน้ำรั่วใต้ผิวดิน การตรวจสอบท่อน้ำรั่วภายในบ้าน ให้ปิดก๊อกน้ำทุกจุดภายในบ้าน แล้วสังเกตดูการทำงานของมาตรวัดน้ำว่าตัวเลขมีการเคลื่อนไหวหรือไม่ หากยังเดินอยู่ แสดงว่ามีท่อน้ำรั่วเกิดขึ้น ในกรณีที่มีการฝังท่อไว้ในผนังปูน หากมีการรั่วซึมจะมีคราบน้ำหรือรอยเปียกชื้นให้เห็นก็ให้กะเทาะผนังออกแล้วซ่อมแซมให้เรียบร้อย หรือเรียกใช้บริการช่างประปามืออาชีพ ส่วนการตรวจสอบท่อน้ำรั่วใต้ผิวดิน ให้สังเกตพื้นดินโดยรอบ ถ้ามีท่อแตกหรือรั่วซึม บริเวณนั้นจะเปียกชื้นและทรุดต่ำกว่าที่อื่น หรือหากมีต้นไม้อยู่ใกล้ๆก็จะเจริญเติบโตมีใบเขียวชอุ่มกว่าบริเวณอื่นๆ และน้ำจะไหลอ่อนกว่าปกติ แนะนำให้ติดตั้งวาล์วประตูน้ำ (Stop Valve) เพิ่มเติมในแต่ละโซน อาทิ ห้องน้ำ ห้องครัว ฯลฯ เพราะหากมีท่อแตก รั่ว หรือเปลี่ยนก๊อกน้ำใหม่ก็ให้ปิดวาล์วน้ำเพื่อซ่อมแซม โดยเรายังสามารถใช้น้ำในจุดอื่นๆ ได้ (ไม่ต้องปิดวาล์วที่มาตรวัดน้ำ)
           B: ตรวจดูถังเก็บน้ำ ถ้าบ้านมีบ่อเก็บน้ำใต้ดิน หรือถังเก็บน้ำในระดับน้ำท่วมถึง ให้นึกเสมอว่าน้ำที่ท่วมนั้นเป็นน้ำสกปรกที่มาพร้อมเชื้อโรคต่างๆ ดังนั้นให้ล้างบ่อน้ำใต้ดินหรือถังเก็บน้ำให้สะอาดก่อนนำมาใช้ใหม่เพื่อความปลอดภัยของสมาชิกในบ้าน จะล้างด้วยตัวเองหรือเรียกใช้บริการล้างถังเก็บน้ำจากมืออาชีพอย่าง Home Service ของโฮมโปรก็ได้
          C: บ้านที่มีระบบปั๊มน้ำ ให้ตรวจสอบอุปกรณ์ปั๊มน้ำ ในกรณีที่น้ำท่วมไม่ถึงตัวปั๊ม ให้ดูถังอัดความดันและฟังเสียงการทำงานของปั๊มน้ำว่าแรงดันน้ำในท่อยังแรงเหมือนเดิม (ก่อนน้ำท่วม) หรือไม่ หากพบความผิดปกติ อาทิ น้ำที่ใช้ล่อถังอัดความดันมีไม่เพียงพอ ให้ถอดฝาจุกที่เติมน้ำออกแล้วเติมน้ำให้เต็มจนน้ำล้นออกมา จากนั้นปิดจุกให้แน่นตามเดิม แล้วเปิดสวิตช์ไฟเพื่อให้ปั๊มทำงานอีกครั้งเพื่อดึงน้ำให้ไหลได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ แต่ถ้าปั๊มถูกน้ำท่วม ให้เดาไว้ก่อนว่าน่าจะเสียหายและหากฝืนใช้งานต่อไป อาจเกิดอันตรายจากความชื้นในตัวมอเตอร์ได้ ทางที่ดีควรเรียกช่างมาแก้ไขหรือส่งไปซ่อมที่ร้านจะดีกว่า นอกจากนี้ให้ย้ายตำแหน่งปั๊มน้ำ โดยยกให้อยู่ในระดับสูงกว่าพื้นเดิม เพื่อเตรียมพร้อมหากมีน้ำท่วมอีก!
          D: ก่อนกดชักโครก ให้ตรวจดูภายในโถสุขภัณฑ์ว่าไม่มีสิ่งใดติดค้าง หรือสัตว์ร้าย อาทิ งู และแมลงต่างๆ หลบซ่อนอยู่ทั้งบริเวณฝารองนั่ง รวมถึงถังพักน้ำของโถสุขภัณฑ์ แล้วจึงกดชักโครกได้ ดูการไหลลงของน้ำ หากติดขัดให้ใช้ถ้วยยางอัดลม (Plunger) กดไล่อากาศตรงคอห่านเพื่อดันสิ่งติดค้างให้ลงไป แต่ถ้ายังมีปัญหาอยู่ให้ใช้สว่านไชคอห่าน หรือ “งูเหล็ก” รวมถึงการใช้สารเคมีกำจัดสิ่งอุดตันให้หลุดออกไป ถ้าน้ำยังลงไม่สะดวกอีก ให้เรียกช่างมืออาชีพมาช่วยแก้ไข้
          E: เปิดฝาบ่อพักของท่อระบายน้ำทิ้งออกมาดูว่ามีเศษดินโคลน เศษหินทราย หรือใบไม้ทับถมจนทำให้เกิดการอุดตันหรือตื้นเขินหรือไม่ ถ้าพบให้ขุดลอกขึ้นมาแล้วนำเศษวัสดุดังกล่าวใส่ถุงดำไปทิ้ง เพื่อให้น้ำไหลลงท่อระบายน้ำสาธารณะได้สะดวกยิ่งขึ้น ก่อนสายฝนจะมาเยือนอีกครั้ง
          F: สำหรับบ้านที่มีเครื่องกรองน้ำ ควรถอดไส้กรองออกมาล้างทำความสะอาด หรือเปลี่ยนใหม่ เพราะขณะน้ำท่วมอาจมีสารปนเปื้อนเข้าสู่ไส้กรอง ทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้
TIP 
           พึ่งระลึกไว้เสมอว่าสารเคมีกำจัดสิ่งอุดตัน โดยเฉพาะพวกเกล็ดโซดาไฟหรือ Sodium Hydroxide มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง หากใช้ในปริมาณมากเกินไป อาจกัดกร่อนท่อน้ำทำให้เสียหายได้

ความรู้เกี่ยวกับพรรณไม้
ศัพท์ช่าง
ปรึกษาหารือ