บ้านและสวน แมกกาซีน
ไขปัญหาบ้านมือสอง
โปรแกรมคำนวณค่าไฟฟ้า

ฟิล์มสี

31 พ.ค. 2554 | 6626 views

หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ในการพูดคุยกับเจ้าของร้านขายสีทาบ้านพูดถึงสีชนิดนั้น ชนิดนี้ มีฟิล์มสีซึ่งคุณสมบัติต่างๆ นานา อย่างเช่น สามารถป้องกันน้ำ มีความยืดหยุ่นสามารถปิดทับรอยแตกร้าวตามผนังได้ หรือแม้กระทั่งสามารถทำความสะอาดตัวเองได้ แน่นอนครับ ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่มักจะเชื่อเจ้าของร้านและเลือกสีที่มีคุณสมบัติที่ตัวเองต้องการกลับไปใช้งาน แต่ก็คงสงสัยในใจกันอยู่ว่า ฟิล์มสี คืออะไร อยู่ตรงไหนในกระป๋องสี แต่ก็เก็บคำถามนั้นไว้ในใจ ผมพูดถูกใช่ไหมครับ เมื่อเป็นเช่นนั้นลองไปดูกันหน่อยไหมครับว่า ฟิล์มสีคืออะไร และอยู่ตรงไหนในกระป๋อง



ฟิล์มสี ก็คือ ชั้นความหนาของเนื้อสี ที่เราทาลงไปบนผนังอาคารนั่นเอง หลายคนอาจจะยังนึกภาพไม่ออกหากไม่เคยทาสีด้วยตัวเอง ถ้าเป็นเช่นนั้นลองค่อยๆ ทำความเข้าใจตามผมไปเรื่อยๆ นะครับ โดยปกติแล้วเนื้อสีในกระป๋องหนึ่งๆ จะประกอบด้วย

• ผงสี (Pigment) หรือที่เรียกกันว่าเม็ดสี ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้เราเห็นเนื้อสี เป็นสีต่างๆ
• สารแต่งเติม (Additive) เป็นสารที่ทำให้สีมีคุณสมบัติแตกต่างกันไปตามแต่ความต้องการใช้งาน ซึ่งสารแต่งเติมนี้เองที่ทำให้สีมีราคาถูกแพงแตกต่างกัน
• ตัวเชื่อมประสาน (Binder) ทำหน้าที่ในการประสานส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทั้งผงสีและสารแต่งเติม




นอกจากนี้ยังมีอีกสิ่งหนึ่งซึ่งไม่ได้อยู่ในกระป๋องสีแต่ต้องนำมาผสมกับสีเพื่อให้สีพร้อมสำหรับการใช้งาน นั่นก็คือ

• ตัวทำละลาย (Solvent) ซึ่งหากเป็นสีน้ำอะคลีลิค ก็จะใช้ตัวทำละลายที่เป็นน้ำ หากเป็นสีน้ำมันก็จะใช้ทินเนอร์เป็นตัวทำละลาย

สาเหตุที่ทำให้เราต้องผสมสีเข้ากับตัวทำละลาย ก็เพื่อทำให้เนื้อสีลดความหนืด ทำให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น ขั้นตอนในการผสมตัวทำละลายถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญขั้นตอนหนึ่ง โดยสีแต่ละชนิดอาจใช้ตัวทำละลายที่แตกต่างกันไป ต้องผสมในอัตราส่วนที่ระบุมาตามข้างกระป๋องเท่านั้น เพราะว่าหากเราไม่ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ผนังอาคารของเราก็ไม่ได้กับการปกป้องจากฟิล์มสีอย่างเต็มประสิทธิภาพ



เมื่อเราทาสีลงพื้นผิววัสดุ เราจะได้ฟิล์มสีเปียก จากนั้นตัวทำละลายก็จะค่อยๆ ระเหยออกไปเรื่อย ทำให้โมเลกุลของทั้ง ผงสี สารแต่งเติม และตัวเชื่อมประสานจะเริ่มเกาะเข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อตัวทำละลายระเหยออกไปจนหมด ก็จะเกิดเป็นชั้นฟิล์มสีบางๆ เคลือบทับอยู่บนพื้นผิวของวัสดุที่ถูกทานั่นเอง



อย่างที่บอกไว้แล้วในข้างต้นว่าสิ่งที่สำคัญที่ทำให้สีนั้นมีคุณภาพและราคาแตกต่างกันก็คือคุณสมบัติของสารแต่งเติมซึ่งทำให้ฟิล์มสีมีคุณภาพแตกต่างกันออกไปตั้งแต่ สารแต่งเติมที่ทำให้เม็ดสีสามารถทนน้ำได้มากขึ้น สารที่ทำให้ฟิล์มสีมีความยืดหยุ่นมากขึ้นจนสามารถปิดทับรอยแตกร้าวเล็กๆ ตามผนังได้ หรือทำให้ฟิล์มสีมีพื้นผิวเรียบมันจนฝุ่นจับไม่ได้หรือที่เราเรียกฟิล์มสีที่สามารถทำความสะอาดตัวเองได้นั่งเอง นอกจากนั้นก็ยังมีสารซึ่งทำให้ฟิล์มสีมีคุณสมบัติในการสะท้องแสงอาทิตย์ช่วยลดความร้อนของผนังอาคาร และล่าสุดถึงขั้นได้มีการใช้สารแต่งเติมที่มีส่วนผสมของสารไททาเนียมทำให้ฟิล์มสีสามารถสะท้อนรังสี UV และเพิ่มความทนทานที่ยาวนานจนเรานึกไม่ถึงกันเลยทีเดียวครับ

ดังนั้นคราวหน้าก่อนไปซื้อสีอย่าลืมตรวจดูความต้องการใช้งานของเราว่าต้องการสีที่มีคุณสมบัติแบบไหนก่อนนะครับ จะได้ไปบอกความต้องการของเรากับเจ้าของร้านได้อย่างถูกต้องและเข้าใจ ขอให้มีความสุขกับการทาสีบ้านใหม่นะครับ

ความรู้เกี่ยวกับพรรณไม้
ศัพท์ช่าง
ปรึกษาหารือ