บ้านและสวน แมกกาซีน
ไขปัญหาบ้านมือสอง
โปรแกรมคำนวณค่าไฟฟ้า

อยากหยุดเวลาไว้ที่หลวงพระบาง

2 ธ.ค. 2556 | 2996 views

            เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในยามเช้าเสมือนสัญญาณแห่งการเริ่มต้นวันใหม่ได้มาถึง ถนนที่คลาคล่ำด้วยรถราและผู้คนที่เดินสัญจรไปมาอย่างขวักไขว่ ความเร่งรีบกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนเมืองหลวงอย่างพวกเราไปเสียแล้ว คอลัมน์ “เที่ยวบ้านชมเมือง” ฉบับนี้ จึงอยากชวนคุณผู้อ่านมาปรับนาฬิกาชีวิตให้ช้าลงด้วยความเขียวขจีของธรรมชาติอันสมบูรณ์ที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าจิตใจแห่งความเป็นมิตรไมตรีของผู้คน ณ เมืองเล็กๆอย่าง “หลวงพระบาง” ประเทศลาวกันครับ
            ถือเป็นครั้งแรกของผมที่มีโอกาสมาเยือนหลวงพระบาง เมืองเล็กๆซึ่งเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำ 2 สายใหญ่ คือ แม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน ที่นี่จึงมีทรัพยากรธรรมชาติสวยงาม รวมถึงยังคงรักษาวัฒนธรรมและวิถีชีวิตดั้งเดิมเอาไว้ได้เป็นอย่างดี
            จากสนามบินหลวงพระบางเราใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึงที่พักซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำคาน ผู้คนเกือบทั้งหมดที่เราพบใช้จักรยานและมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะในการเดินทาง ที่น่าสนใจคือพวกเขาใช้ความเร็วไม่มากนัก ขี่มอเตอร์ไซค์ไปคุยไปอย่างใจเย็น ไม่เร่งรีบ ผู้คนดูยิ้มแย้มแจ่มใสจนเรียกว่าขี้อายเลยก็ว่าได้
            สิ่งหนึ่งที่ผมเองในฐานะสถาปนิกชื่นชอบมากคงหนีไม่พ้นลักษณะทางสถาปัตยกรรม ทั้งวัดวาอาราม ตึกแถวร้านค้า และที่อยู่อาศัยล้วนมีสัดส่วนน่ารักสวยงาม ซึ่งเกิดจากการผสมผสานกันระหว่างสไตล์ฝรั่งเศสกับลาวพื้นถิ่น ทั้งวัสดุที่ใช้และรายละเอียดการก่อสร้างที่ดูลงตัว อาจเป็นโชคดีที่องค์การยูเนสโกได้ยกย่องให้หลวงพระบางเป็นเมืองมรดกโลก และมีส่วนดูแลไม่ให้กระแสความเจริญเข้ามาเร็วจนเกินไป เมืองนี้จึงยังคงความสวยงาม บางคนเคยบอกผมว่าเมืองหลวงพระบางถือได้ว่าสวยงามและเป็นเมืองคู่แฝดกับเมืองเชียงใหม่ในอดีตของไทยเราเลยทีเดียว
            ช่วงที่ผมเดินทางมาถึงชาวเมืองได้อัญเชิญ “พระม่าน” พระพุทธรูปสำคัญซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ วัดเชียงทอง ออกมาเพื่อสรงน้ำในช่วงงานบุญปีใหม่ของลาวพอดี บรรยากาศตอนนั้นครึ้มฟ้าครึ้มฝนซึ่งก็พ้องกับความเชื่อของคนท้องถิ่นว่าเมื่อใดที่อัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญออกมาจะเกิดฝนตก ถือเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจ ได้กราบไหว้ขอพรพระม่านกันอย่างอิ่มใจแล้ว ตกบ่ายผมกับทีมงานจึงพากันเดินเที่ยวเล่นชมวิถีชีวิตชาวลาวจนมืดค่ำ และเป้าหมายที่นักท่องเที่ยวอย่างผมต้องไม่พลาดเมื่อมาถึงที่นี่ก็คือการตักบาตรข้าวเหนียวในช่วงเช้า ผมพบว่าไม่ใช่มีแต่ผู้เฒ่าผู้แก่อย่างเดียว ยังมีหนุ่มสาววัยละอ่อนแต่งตัวอย่างเรียบร้อยมารอตักบาตรด้วยเช่นกัน พระสงฆ์ที่นี่ท่านจะเดินกันเร็วมาก ไม่เกินหกโมงเช้าก็กลับถึงวัดกันหมดแล้ว
            นอกจากนี้เรายังโชคดีที่มีโอกาสได้เข้าพบ ท่านบุญยัง พังพิจิด ผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลกเมืองหลวงพระบาง ซึ่งได้แนะนำสถานที่สำคัญต่างๆและเล่าถึงลักษณะพิเศษของคนหลวงพระบางว่า “ดำเนินชีวิตอย่างช้าๆ เอาความสุขเป็นที่ตั้ง ไม่เร่งรีบ ไม่ทะเยอทะยาน คนทุกวัยจะยึดมั่นอยู่ในขนบธรรมเนียมในพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด” ตกบ่ายท่านยังให้เจ้าหน้าที่พาเราเดินเยี่ยมชมหมู่บ้านในย่านเมืองเก่าของหลวงพระบางอีกด้วย
           พวกเราพบกับ ป้าคำดา มีสวัสดิ์ ผู้เฒ่าผู้แก่ซึ่งอยู่อาศัยในเมืองหลวงพระบางมาตั้งแต่เกิด ท่านเล่าว่า “เมื่อก่อนป้าจะทอผ้าไหมอยู่กับบ้าน เพิ่งเลิกไปเพราะเริ่มทำไม่ไหว ตลอด 70 ปีที่ผ่านมาที่นี่เปลี่ยนแปลงไปน้อยมาก ยังคงความเงียบสงบ ป้ามีความสุขและสนุกมาก ตกเย็นก็เดินไปสวดมนต์ที่วัด นั่งสมาธิ บางทีก็ไปสอยมะม่วงกับเพื่อนบ้านมาทานกันบ้าง อยู่กับลูกหลานสบายใจดี พอใจ ไม่ทะเยอทะยาน”
           คุณครูชมจันทร์ ตันดารา ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลประจำแขวงหลวงพระบาง เล่าว่า “ครูสอนที่นี่มา 9 ปี เราจะไม่เน้นการเรียนในหลักวิชาการที่เคร่งเครียดเหมือนในประเทศไทย ครูอยากให้นักเรียนมีเวลาได้วิ่งเล่นทำกิจกรรมอื่นๆกับครอบครัวบ้าง อยากให้นักเรียนมีความสุข แต่ครูจะเน้นในเรื่องวัฒนธรรมลาวต้องเคร่งครัด กิริยามารยาทและการแต่งกายต้องเรียบร้อย ไม่ค่อยมีเรื่องยาเสพติดและโจรกรรม ถึงมีเราก็จะเรียกมาพูดคุยมากกว่าการนำไปวิจารณ์จนกลายเป็นเรื่องใหญ่”
           พี่วันสอน ชัยสิทธิ์ พนักงานรักษาความปลอดภัย ร้านเบเกอรี่ JOMA เล่าว่า “เพิ่งมาทำงานที่นี่ได้ไม่นาน ที่นี่เงียบสงบไม่ค่อยมีเหตุร้ายใดๆ ผู้คนเป็นกันเอง จะมีเสียงดังบ้างก็มาจากนักท่องเที่ยวฝรั่งเป็นส่วนใหญ่ อยู่ที่นี่สบายจนไม่อยากไปอยู่ที่อื่นเลย”
           น้องบอย - สุริพร พงศ์วิไล พนักงานขาย ร้านเบเกอรี่ JOMA เล่าว่า “ผมไม่ได้เป็นคนที่นี่ แต่มาหางานทำเพื่อเก็บเงินไปเรียนต่อ ที่นี่มีงานให้ทำเยอะ เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่มีความเงียบสงบ ไม่เร่งรีบ เดินและใช้จักรยานได้อย่างสบาย มีทิวทัศน์สวยงาม ผมอยากให้ที่นี่เป็นแบบนี้ตลอดไปครับ”
           ฟังแง่คิดของผู้คนที่อยู่ที่นี่แล้วอิจฉาพวกเขานะครับ ในเมืองที่เวลาค่อยๆหมุนไปอย่างช้าๆ แต่เวลาความสุขในทริปนี้ของผมกลับหมุนไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางกระแสแห่งความเจริญทางวัตถุและเทคโนโลยีอันทันสมัย ความสวยงามและความสงบของเมืองนี้จะคงอยู่ไปอีกนานแค่ไหนก็เป็นเรื่องที่น่าคิด ถ้าผมสามารถหยุดเวลาแห่งความสุขแบบนี้ไว้ที่เมืองหลวงพระบางได้นานๆก็คงจะดีนะครับ

ความรู้เกี่ยวกับพรรณไม้
ศัพท์ช่าง
ปรึกษาหารือ