Small but Cool : เล็กๆแต่แจ๋ว
6 ส.ค. 2554 |
28725 views
“เราทั้งคู่ชินกับการเห็นต้นไม้ พอมาอยู่คอนโดมิเนียมก็ไม่อยากให้สีเขียวหายไป จึงแทนความเป็นบ้านด้วยสีเขียว “
“ แม้พื้นที่จะจำกัดแต่ก็เป็นคำตอบแรกสำหรับครอบครัวที่เพิ่งเริ่มต้น อนาคตข้างหน้าหากมีสมาชิกเพิ่ม บ้านก็คงเป็นคำตอบที่สอง”
“ความสนุกของการคุมงานตกแต่งบ้านเอง คือทำให้เราเรียนรู้สิ่งใหม่และยังทำให้เรารักบ้านมากยิ่งขึ้นด้วย”
“นกน้อยทำรังแต่พอตัว” เป็นคำพูดที่ผู้เฒ่าผู้แก่มักพูดให้ฟังจนติดหูก่อนจะเลือกซื้อบ้าน คล้ายกับเตือนใจให้ลูกหลานรู้จักประมาณตน อยู่แต่พอดีและพองาม แต่อาจมีหลายคนแย้งว่าแล้วขนาดพอตัวนี่มันเท่าไรล่ะ ซึ่งผู้ที่จะให้คำตอบได้ดีที่สุดก็คือผู้สร้างรังนั่นเองค่ะ
วันนี้ฉันมาเยี่ยมคอนโดมิเนียมขนาดกะทัดรัดของ คุณตุ๊กตา - เสาวนีย์ จีระเดชาธรรม Public Relation บริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง และ คุณหิน - วศิน มหาพล Design Director บริษัท DEC MEDIA พื้นที่ขนาด 37 ตารางเมตร ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานของคอนโดมิเนียมแบบ 1 ห้องนอนทั่วไป ทำให้ฉันรู้สึกได้ถึงความพอตัวและพอดี
เรื่องราวมีอยู่ว่า บ้านเดิมของคุณตุ๊กตาอยู่ย่านบางแค ส่วนคุณหินอยู่แถวสนามบินน้ำ เมื่อทั้งคู่วางแผนจะแต่งงานเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว จึงต้องมองหาสถานที่ที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน และก็ตัดสินใจเลือกคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองแห่งนี้ ทำให้อดสงสัยไม่ได้จากคนที่เคยอยู่บ้านมาตลอดจะชินกับการใช้ชีวิตอยู่แค่ในห้องเล็กๆได้หรือ คุณหินให้คำตอบว่า
“การหาบ้านเดี่ยวแบบใกล้ที่ทำงานในเมืองค่อนข้างยาก ที่สำคัญเราทั้งคู่เน้นเรื่องความสะดวกเป็นหลัก เมื่อก่อนใช้เวลาเดินทางสองชั่วโมง ทุกวันนี้เหลือแค่ 15 -30 นาที ก็ทำให้มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น”
คุณตุ๊กตาเสริมว่า “พื้นที่ขนาดหนึ่งห้องนอนเหมาะกับครอบครัวที่เพิ่งเริ่มต้น อนาคตข้างหน้า หากมีสมาชิกเพิ่ม บ้านก็คงเป็นคำตอบที่สองค่ะ”
BEFORE - AFTER
สำหรับการตกแต่งห้องนี้คุณหินลงมือลงใจออกแบบใหม่ เขาเล่าว่า
“ผมอยู่บ้านมาตั้งแต่เด็ก อาจเป็นความอัดอั้นตันใจนิดหนึ่ง เพราะที่บ้านค่อนข้างอนุรักษ์นิยม อารมณ์บ้านคนจีน ยังหลงรักเก้าอี้ฝังมุกตัวหนักๆใหญ่ๆ ความที่เราเป็นมัณฑนากรก็อยากจะตกแต่งให้สวยๆ แต่ก็ไม่มีใครชอบแบบเดียวกับเรา นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่เราเลือกอยู่คอนโดเพราะสามารถเป็นตัวเองได้เต็มที่”
ด้วยความคิดนี้บวกกับอาชีพมัณฑนากร ทำให้คุณหินมีภาพการตกแต่งในใจอยู่แล้ว หน้าตาของห้องนี้จึงดูสวยงามต่างไปจากแบบเดิม พร้อมกับการออกแบบฟังก์ชันที่ตอบรับการใช้งานของเจ้าของบ้านได้อย่างเต็มที่มากขึ้น
สองคน สองสไตล์
แม้เจ้าของบ้านทั้งสองจะชอบสไตล์การตกแต่งต่างกัน แต่ก็แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ทำให้บ้านออกมาสวยสมใจ คุณหินเล่าให้ฟังว่า
“สไตล์ที่ผมชอบมีหลากหลายมาก ทั้งเรโทร ลอฟต์ และเฟรนช์คันทรี พอมาเห็นพื้นที่แล้วก็มีเรื่องให้ปรับเยอะ แต่เมื่อคำนึงถึงงบประมาณแล้ว ก็เลยทำออกมาให้ง่ายที่สุด อารมณ์แบบดิบๆหน่อย ลอฟต์นิดๆ ไม่ต้องแก้ไขอะไรมาก เพราะไม่ต้องการความเนี้ยบมาก”
ส่วนคุณตุ๊กตาจะเป็นผู้เติมสีสันและข้าวของกระจุกกระจิกที่ช่วยให้ห้องดูอ่อนหวานขึ้นมาอีกนิด
“จากตอนแรกที่มีแต่สีเทา ดำ และขาว เราเลือกเติมสีเขียวเข้าไปอีกสีหนึ่ง เพราะพื้นที่ค่อนข้างจำกัดและเชื่อว่าคนที่อยู่บ้านไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ต้องการพื้นที่สีเขียว อย่างของเราก็มีพื้นที่สวนเล็กๆด้านนอก ปูหญ้าเทียมแทนสนามหญ้า ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้นะคะ เราชินกับการเห็นต้นไม้ พอมาอยู่คอนโดก็ยังไม่อยากให้สีเขียวหายไป จึงแทนความเป็นบ้านด้วยสีเขียวค่ะ”
เล็กๆแต่ได้ประโยชน์
นอกจากสไตล์และโทนสีของห้องแล้ว ยังมีรายละเอียดเล็กๆที่คุณหินออกแบบเอง เพื่อให้การใช้งานทั้งหมดครบถ้วน เช่น ตู้เก็บรองเท้าของคุณตุ๊กตาซึ่งใช้ประตูเหล็กม้วนเป็นบานเปิด หรือกระจกเงาแผ่นเล็กบนฝ้าเพดานที่ช่วยให้ห้องดูกว้างและสว่างขึ้น
นอกจากนี้ด้วยกฎข้อบังคับของโครงการทำให้ไม่สามารถแก้แปลนหรือทุบอะไรได้ คุณหินเลือกใช้วิธีปรับฝ้าเพดานและเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินในบางส่วนแทน เช่น เปลี่ยนไฟซาลาเปาแบบธรรมดาเป็นไฟดาวน์ไลต์ ทำฝ้าเพดานใหม่พร้อมซ่อนไฟด้านในตรงบริเวณห้องนอนและส่วนนั่งเล่น ความใส่ใจเหล่านี้ทำให้การใช้งานในพื้นที่เล็กๆสะดวกและสบายยิ่งขึ้น
ฉันเชื่อว่าขนาดของบ้านไม่ใช่เรื่องสำคัญถึงกับเป็นสิ่งวัดระดับความสุขในใจได้ สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าคือความใส่ใจต่างหาก เพราะบางครั้งความสุขก็ตั้งอยู่บนความพอดีและพอใจ หาใช่ขนาดหรือปริมาณ
หากคุณเห็นด้วยกับฉัน ยิ้มเบาๆที่มุมปากก็พอค่ะ ...
บ้านแสนรักของคุณเสาวนีย์ จีระเดชาธรรม และคุณวศิน มหาพล
เรื่อง : “Ajchara_JEAB”
ภาพ : สิทธิศักดิ์ น้ำคำ