บ้านและสวน แมกกาซีน
ไขปัญหาบ้านมือสอง
โปรแกรมคำนวณค่าไฟฟ้า

Living Memories ความทรงจำมีชีวิต

26 มิ.ย. 2555 | 6492 views

          แค่ภาพบ้านที่สร้างหลังยุคสงครามโลกครั้งที่สองจากอีเมลที่เจ้าของบ้านส่งมาให้ดู ก็ทำให้ฉันมองเห็นความรักและความผูกพันที่เจ้าของมีต่อบ้านหลังเก่าของครอบครัว เมื่อได้พูดคุยกับเจ้าของบ้านรุ่นที่สาม คุณเตอร์ - ศิริวัฒน์ มังคลรังษี เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ก็ยิ่งเห็นถึงความตั้งใจที่จะปรับปรุงและเก็บสิ่งดีๆของบ้านหลังนี้ให้คงอยู่แบบครบถ้วน
            หลังจากใช้ชีวิตและศึกษาที่ประเทศอังกฤษนานกว่า 7 ปี เมื่อเรียนจบจากคณะเศรษฐศาสตร์ London School of Economics and Political Science คุณเตอร์ตัดสินใจกลับมาอยู่เมืองไทย และได้เห็นบ้านเก่าของคุณปู่หรืออากง (คุณประเวศ มังคลรังษี) เจ้าของบ้านรุ่นที่หนึ่ง ก็เกิดความรู้สึกรักและอยากฉายภาพความทรงจำของอากงให้กลับมาชัดเจนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

2507 ปีที่ลงเสา
             ฉันติดใจภาพเสาปูนที่คุณเตอร์ส่งมาให้ดู ซึ่งมีการสลักบอกปีที่ลงเสาเข็มของบ้านไว้ด้วย คุณเตอร์เล่าให้ฟังว่า
             “เลข 2507 บนเสาเป็นปีที่เริ่มสร้างบ้านหลังนี้ ซึ่งก็เป็นช่วงที่อากงและอาม่าเริ่มสร้างครอบครัว อยู่ได้ 5-6ปี ก็ย้ายออกไปอยู่บ้านใหม่ บ้านนี้ก็ว่าง กระทั่งเมื่อปีที่แล้วผมนึกถึงบ้านหลังนี้ขึ้นมาจึงขับรถมาดูแล้วก็ตกหลุมรัก ก็เลยคิดจะมาอยู่เอง”

ทนทานถึงรุ่นหลาน
             ฉันสังเกตว่าบ้านหลังนี้เลือกใช้วัสดุชั้นดี แม้อายุของบ้านจะเก่าค่อนศตวรรษ ทว่าหลายๆส่วนในบ้านยังอยู่ในสภาพดี
             “ผมลองนับอายุของบ้านดู ลองจินตนาการว่าถ้าวัสดุพร้อม คนในยุคนั้นเขาจะเลือกใช้อะไร การไปเรียนเมืองนอกทำให้ได้เห็นการอนุรักษ์อาคารเก่า ก็อยากนำแนวคิดนั้นมาใช้ เราไม่ได้อยู่บ้านนี้ตั้งยี่สิบกว่าปี แต่ของใช้ต่างๆยังอยู่ครบ สภาพยังดี สามารถนำมาปรับใช้ได้”
             ผู้ที่เลือกวัสดุชั้นดีมาสร้างบ้านก็คืออากงประเวศ ซึ่งปีนี้อายุ 91 ปีแล้ว แต่ก็ยังมีมุกตลกให้ลูกหลานได้หัวเราะอยู่เสมอ อย่างเมื่อฉันลองถามอายุท่าน อากงตอบกลับมาว่า 19 ปี ทำเอาทีมงานหัวเราะกันหงายหลัง แถมเล่าถึงบ้านหลังนี้ให้ฟังด้วยรอยยิ้มว่า
             “เมื่อก่อนก็อยู่กันตามประสาครอบครัวเล็กๆมีภรรยาและลูกๆ ตอนสร้างบ้านหลังนี้ไม่มีแบบหรอก ผมออกแบบเอง แต่มีรูปแบบอยู่ในหัว ทันสมัยหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่อยากให้ใช้งานได้คุ้มค่า อยากให้บ้านเปิดโล่งหน่อย ให้มองเห็นกัน เพราะต้องการระวังภัย สมัยก่อนเรามีโรงงานนุ่น (อุตสาหกรรมนุ่นบ้านโป่ง) และรับส่งพืชไร่ซึ่งเป็นธุรกิจของที่บ้านอยู่ตรงด้านริมถนน ส่วนที่ตรงนี้เดิมเป็นของนายกเทศมนตรีคนเก่า พอเขาบอกขายที่ก็ซื้อไว้เพราะมันใกล้โรงงานนุ่นสามารถเดินทะลุไปได้ ตอนสร้างบ้านเราก็เลือกวัสดุที่ดีที่สุด อย่างไม้แดงที่ปูพื้นนี้ ราคาคิวละ 42 บาท”
             คุณเตอร์เสริมว่า “สมัยก่อนใช้แผ่นคอนกรีตทำฝ้าเพดาน ขนาดหลังคาผุไปมากแต่เพดานของบ้านนี้ยังดีอยู่ จึงแค่ทาสีใหม่เท่านั้น อาจเพราะอากงใช้วัสดุชั้นดีมาสร้างบ้าน ทำให้บ้านอยู่ทนจนถึงทุกวันนี้”

สวยเสมอแม้สูงวัย
             เฟอร์นิเจอร์บางส่วนในบ้านนี้มาจากบ้านเก่าอีกหลังซึ่งเป็นของคุณย่าและเป็นร้านขายเค้กเจ้าแรกๆในอำเภอบ้านโป่ง อย่างตู้โชว์ที่เห็นก็สั่งทำพิเศษหาที่ไหนไม่ได้แล้ว คุณกุล - กุลจิตรี มังคลรังษี คุณแม่ของคุณเตอร์ เล่าว่า
             “พี่มาที่นี่ตั้งแต่ก่อนแต่งงานจนแต่งงานเข้ามา ได้เห็นความเปลี่ยนแปลง เห็นเรื่องราวต่างๆของบ้านหลังนี้ ดีใจที่เตอร์ก็พยายามรักษาเอาไว้ สมัยนั้นคุณพ่อ (อากงประเวศ ) เป็นนายกเทศมนตรี ส่วนคุณแม่ก็จะขยันมาก ขนมปังปอนด์นี่เป็นของมีค่ามีราคา ใครทำเป็นนี่คือเก่ง คุณแม่ไปเรียนรู้วิธีการทำที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลในกรุงเทพฯ แล้วก็กลับมาทำขาย เป็นที่โจษจันกันทั่วเมืองว่าคุณนายนายกฯมีฝีมือเรื่องขนมปัง ทำขายเฉพาะช่วงเทศกาล ได้กำไรทุกปีก็จะซื้อทองเก็บไว้ เพื่อผันเป็นเงินไว้ซื้อที่ ซึ่งในยุคนั้นที่ผืนนี้ ราคา 20,000 บาท”
             เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ที่ใช้ภายในบ้านยังเป็นของเดิม อย่างโซฟาซึ่งสั่งทำมาให้พอดีกับพื้นที่ของบ้าน ห้องรับรองแขกเดิมซึ่งจะเข้าจากด้านหน้าบ้าน คุณเตอร์ดัดแปลงเป็นห้องทำงานและมุมหนังสือเล็กๆ ระหว่างที่พูดคุยอยู่นั้น อากงเรียกให้ “พี่อร” (พี่เลี้ยงคุณเตอร์สมัยเด็กๆ ตอนนี้เป็นผู้ดูแลอากง) ไปเปิดประตูด้านข้างของบ้านพร้อมบอกว่า “ไปเปิดประตูหน่อย จะได้เห็นวิวด้านนอก สวยนะ” ฉันแอบเห็นแววตาแห่งความสุขที่เจืออยู่ในสายตาคู่นั้น
             คุณเตอร์ทิ้งท้ายก่อนจบการสนทนาไว้ว่า “เรามีหน้าที่ต้องดูแลรักษาสิ่งที่มีอยู่ก่อนแล้ว ถ้าถามว่าผมเหมาะกับบ้านอารมณ์ย้อนยุคไหม ด้วยวิถีชีวิตของผมก็อาจไม่ใช่ แต่ในเมื่อเรามาอยู่ที่นี่ เราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับอาคาร ไม่ใช่อาคารปรับตัวเข้าหาเรา”
             ฉันเห็นด้วยและเชื่อว่าหากเราเห็นคุณค่าในสิ่งที่บรรพบุรุษสร้างไว้ให้ เราก็จะซึมซับและมีความสุขกับสิ่งเหล่านั้นได้อย่างเต็มใจและภาคภูมิในใจ
คุณผู้อ่านเห็นด้วยไหมคะ

ความรู้เกี่ยวกับพรรณไม้
ศัพท์ช่าง
ปรึกษาหารือ