ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ บ้านและสวน
Meet the Butcher at Smith
            ได้ยินเสียงลือหนาหูมาจากผู้สัญจรในซอยสุขุมวิท 49 ว่า มีโกดังเก่าๆ ดิบๆ เท่ๆที่ตั้งอยู่แถวปากซอย พอพลบค่ำเข้าหน่อย ผู้คนก็ทยอยมาจอดรถแล้วหายเข้าไปในนั้นอย่างน่าสงสัย ครั้งนี้ผมเลยอาสาเดินทางไปไขคำตอบให้รู้กันว่า โกดังที่ว่าคืออะไรและซ่อนอะไรไว้ในความดิบนั้น
             ยอมรับว่าผมขับรถเลยโกดังแห่งนี้ไปถึงสองครั้ง ก็เพราะความนิ่งงันของโกดังที่ราวถูกฉาบไว้ในกลุ่มอาคารเก่า แถบนั้นอย่างกลมกลืน เมื่อจดจ้องมองลึกถึงรายละเอียดกันแบบจริงจัง จึงได้พบว่าโกดังทรงเรียบแห่งนี้มีกลิ่นอายของสไตล์อินดัสเทรียลประกอบอยู่ ทั้งผนังกรุสังกะสีเก่า กรอบประตูหน้าต่างเหล็กสีดำด้าน ผนังและพื้นปูนเปลือยขัดหยาบ ไปจนถึงงานเพ้นต์บนแผ่นสังกะสีที่มีฝีมือน่าจับตา ที่นี่คือสตูดิโอ ร้านอาหาร หรือผับบาร์ เอาเป็นว่าเราไปหาคำตอบพร้อมๆ กันครับ
             เปิดผ่านประตูบานใหญ่ พื้นที่ภายในก็ทำให้ผมระทึกใจไปกับองค์ประกอบของเส้น สี แสงเงาที่ต่างก็เข้ามาประกอบกันจนเรียกได้ว่าน่ามองไปเสียทุกจุด ทั้งความสุขุมของเส้นตรงบนเพดานเปลือยฝ้าที่โชว์เนื้อหาการอยู่ร่วมกันของคาน ระบบไฟฟ้าในท่อเหล็ก และกรอบช่องแอร์ทรงเหลี่ยม ดึงดูดความสนใจได้อยู่พักใหญ่ ต่อด้วยผนังโครงเหล็กสีดำด้านกรุกระจกที่ตีแพตเทิร์นเป็นตาราง กับงานพาร์ทิชั่นลายประตูกรงเหล็กแบบบ้านตึกแถวสมัยก่อนที่ดูเรียบทว่าลึกลับ สีขรึมๆกับแสงสลัวๆ จากโคมไฟระย้าหลายจุด ยิ่งเพิ่มความขลังให้ทุกบริบทตรงหน้า จนผมนึกจินตนาการเอาเองว่าตัวเองน่าจะอยู่ในโรงเหล็ก โรงไม้ หรือโรงเรือนอะไรสักที่ที่สามารถเห็นชิ้นงานดีๆ หรือพูดคุยกับช่างผู้เชี่ยวชาญสักคนอย่างออกรส แล้วภาพของช่างในจินตนาการของผมก็ค่อยๆเป็นจริง เมื่อเจ้าของร้านท่านหนึ่งเดินมาต้อนรับพร้อมคำชี้แจงให้ผมเข้าใจว่าที่นี่ที่ไหน และคืออะไรกันแน่
              แล้วหนึ่งในสิ่งที่ผมเดาก็ถูกครับ เพราะที่นี่คือ Smith ร้านอาหารที่เกิดขึ้นจากความหลงใหลในอาหาร เครื่องดื่ม และงานดีไซน์ ของ 3 สหายคนดังที่เคยรวมพลังสร้างสรรค์ร้าน Hide & Seek Gastro Bar จนโด่งดัง ได้แก่ เชฟเอียน-พงศ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย เชฟพีท- สินธนา พิทักษ์วงศ์ และคุณอั๋น - ชานนท์ บุรานนท์ ครีเอทีฟบาร์เทนเดอร์ยอดฝีมือ
             คุณอั๋น (ช่างใหญ่ในจินตนาการของผม) อาสาพาเราเดินดูรอบๆ พร้อมเล่าที่มาที่ไปก่อนจะมาเป็น Smith ว่าจริงๆ ที่นี่เคยเป็นโกดังเก็บเฟอร์นิเจอร์มาก่อน (ผมว่าแล้วเชียว) ทันทีที่พวกเขาขับรถผ่าน (พวกเขาพบที่นี่จากการขับรถหาทำเลเปิดร้าน น่าทึ่งใช่ไหมครับ) ความดิบของโกดังแห่งนี้ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและฟังก์ชันทรงเหลี่ยมขนาดชั้นครึ่งภายใน ก็ทำให้ทุกคนเห็นพ้องต้องกันที่จะลงหลักปักใจให้ทำเลนี้เป็นที่ตั้ง Smith อย่างเป็นเอกฉันท์
Butcher Style หรือสไตล์ที่บ่งบอกถึงความชำนิชำนาญด้านเนื้อสัตว์ คือคอนเซ็ปต์หลักของร้านที่ผู้ก่อตั้งทั้งสาม วางเอาไว้ โดยเลือกให้ความดิบเท่ของสไตล์อินดัสเทรียลเป็นตัวถ่ายทอดการตกแต่งที่สะท้อนความเป็นห้องเย็น หรือโรงเก็บเนื้อสัตว์ และเมนูแบบ Meat Focus ที่ใช้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของความอร่อยแบบ Smith
             ภายในโกดังชั้นครึ่งแบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็นส่วนต้อนรับด้านหน้า สะดุดตาด้วยการใช้อุปกรณ์ช่างที่ทำให้ผนังปูนเปลือยมีเสน่ห์ขึ้นอีก จุดนำสายตาจุดใหญ่ต้องยกให้โถงบันไดที่ล้อมกรอบทางขึ้น-ลงไว้ด้วยประตูกรงเหล็กตึกแถวสีดำด้าน แสงจากโคมไฟระย้าที่ทอดผ่านซี่เหล็กนั้นสร้างพลังได้อย่างน่าสนใจ ส่วนถัดไปที่สะดุดตาได้แก่เคาน์เตอร์บาร์ตัวยาวที่เข้ากันได้ดีกับสตูลไม้มีพนักพิงหน้าตาเป็นกันเอง (การันตีว่านั่งสบายกว่าเคาน์เตอร์บาร์หลายๆที่ครับ) จากตรงนี้ผมเริ่มสังเกตเห็นการเล่นรายละเอียดของเฟอร์นิเจอร์ ดีไซน์ที่ยกให้งานเหล็กเป็นพระเอกแล้วเบรกความกระด้างด้วยไม้สีธรรมชาติ เชื่อมโยงบรรยากาศได้อย่างน่าสนใจ
             คุณอั๋นเดินมาส่งต่อผมให้เชฟพีทตรงหน้าห้องครัว เพื่อขอตัวไปจัดเครื่องดื่มเย็นๆ มาให้ผมลิ้มลอง ผมยืนจดจ้องมองผนังส่วนหน้ากับภาพพิมพ์ลายเนื้อสัตว์ส่วนต่างๆอย่างไม่อยากละสายตา ไม่นานเชฟพีทก็ผละจากงานครัวมาบอกเล่าเมนูแบบ Smith ให้ผมฟัง
             อาหารของที่นี่มีดีที่ความสด เลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลและพยายามไม่ใช้ของนำเข้า ทั้งเนื้อสัตว์ที่คัดเลือกจากแหล่งที่มาชื่อดัง อาทิ ไก่บ้านจากสระบุรี หมูจากโคราช หรือผักชนิดต่างๆ ที่ทางร้านลงทุนนำเมล็ดพันธุ์ไปให้ชาวบ้านปลูก เพื่อให้ได้คุณภาพและชนิดของผักเฉพาะตัว
             เมนูเด็ดในช่วงนี้ (เมนูของที่นี่จะมีการปรับเปลี่ยนไปตามวัตถุดิบตามฤดูกาล) มีตั้งแต่จานเบาอย่างเมนูตระกูล Salad & Comestibles ใครถนัดของดิบแนะนำเป็น Steak Tartare รับรองว่าจะถูกใจ จานหลักที่ต้องลอง ได้แก่ Verjus Glazed Pork Belly เนื้อหมูส่วนท้องรมควันที่รับประกันว่าไม่มัน ไม่เลี่ยนเหมือนที่ไหน อีกจานที่ต้องบอกว่าสุดประทับใจยกให้ Cheese Raclette ความนุ่มหอมของชีสสวิสชั้นดี เข้ากันได้ดีกับสลัดเครื่องเคียง
              ก่อนขอตัวกลับ Smith แห่งนี้ก็ยังไม่วายทิ้งท้ายให้ผมติดตามต่อ ก็พื้นที่บนชั้นลอยที่พวกเขากำลังจะเปิดให้ลูกค้าได้เข้ามาสัมผัสกับลีลาการปรุงอาหารของเชฟแบบริงไซด์ ใช่แล้วครับ Chef’s Table พื้นที่ความอร่อยสไตล์ใหม่ที่ Smith เชื้อเชิญให้ผมกลับมาลิ้มลอง แน่นอนว่าผมไม่ปฏิเสธ เอาเป็นว่าเตรียมตัวติดตามแบบเอ๊กซ์คลูซีฟได้ที่นี่ เร็วๆนี้นะครับ
Smith 1/8 ซอยสุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ 0-2261-0515-6

Article by tag

Amarin Training