| |
|

editor baanlaesuan
ตั้งแต่
09/08/2010
(69
ข้อความ)
|
สวัสดีค่ะ คุณสุวรรณ
คำถามนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คุณผู้อ่านหลายท่านมีความสงสัยอยู่ไม่น้อย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเวนคืนที่ดินเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากประสบกับตัวเอง แต่ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับการพัฒนาความเจริญต่างๆ โดยรัฐบาลจะเวนคืนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ซึ่งการประเมินค่าทดแทนมีตั้งแต่ที่ดิน อาคาร ต้นไม้ ไร่นา ฟาร์มปศุสัตว์ โรงงาน โรงนา ตลอดจนอสังหาริมทรัพย์ในเชิงพาณิชย์อื่นๆ
สำหรับกรณีที่คุณสุวรรณถามมานั้น ต้นไม้ก็เป็นสิ่งที่ต้องเวนคืน ในการประเมินราคาสำหรับไม้ยืนต้นที่เป็นพืชเศรษฐกิจ เช่น ยางพารา หรือไม้ผลประเภทต่าง ๆ เราต้องพิจารณาจากรายได้สุทธิที่จะได้รับจากการเก็บเกี่ยวผลิตผล เช่น ยางพาราที่มีอายุ 7 ปีแล้ว ย่อมสามารถเก็บเกี่ยวได้อีกประมาณ 25 ปี ในกรณีนี้ผู้ประเมินค่าทรัพย์สินต้องคำนวณว่า ควรจะได้ผลผลิตเท่าไร และมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่เท่าไร (โดยพิจารณาจากข้อมูลในอดีตประกอบกัน) และเมื่อประมาณการเป็นรายได้สุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้ว ก็นำรายได้สุทธิมาคิดเป็นมูลค่าตามระยะเวลาของพืชที่เหลืออยู่และหลังจากนั้น ทั้งนี้ต้นไม้บางประเภทยังสามารถขายลำต้นไปใช้ประโยชน์ทางอื่นได้อีก เช่น ทำบ้านเรือน เฟอร์นิเจอร์ ไม้แปรรูปต่าง ๆ มูลค่าปัจจุบันสุทธิจึงต้องคำนึงถึงรายได้จากส่วนนี้ด้วย แต่สำหรับไม้ยืนต้นประเภทอื่น ๆที่ไม่ได้ให้ผลผลิตจะพิจารณาจากอายุ ขนาด เส้นรอบวง และจำนวนต้น ซึ่งราคาขายขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความต้องการในท้องตลาด อย่างไรก็ตามหากเป็นกรณีพืชอายุสั้น เช่น ข้าว สับปะรด อ้อย พืชเหล่านี้ไม่มีผลต่อราคาที่ดิน เพราะสามารถเก็บเกี่ยวไปก่อนการนำที่ดินไปใช้ประโยชน์ทางอื่น ซึ่งส่วนใหญ่ทางภาครัฐจะรอให้เก็บเกี่ยวก่อนโดยไม่จ่ายค่าชดเชยในส่วนนี้ให้ค่ะ
 วรัปศร อัคนียุทธ กองบรรณาธิการแผนกไม้ประดับและจัดสวน ข้อมูล : ขอขอบคุณ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย www.thaiappraisal.org
โพสเมื่อ 08/20/2011 18:20:08
|
|