รีโนเวตคอนโดมิเนียม พร้อมงานตกแต่งสไตล์มิกซ์แอนด์แมทช์ เพื่อบอกลเล่ารสนิยมและอาชีพในสายงามสร้างสรรค์ของเจ้าของห้องทั้งสอง ทั้งยังช่วยให้บรรยากาศการอยู่อาศัยและการทำงานดูไม่น่าเบื่อ แม้จะอยู่ท่ามกลางป่าคอนกรีตซึ่งอยู่รายรอบก็ตาม
เนื่องจากเจ้าของอย่างคุณเมย์ – นิชา สุขจารุวรรณ กราฟิกดีไซเนอร์ให้บริษัท Young & Rubicam Thailand และคุณกุ่ย – ศราวุธ เลิศกิตติพาพร โปรดิวเซอร์ให้กับ Leo Burnett Thailand ว่าที่คู่ชีวิตของคุณเมย์ช่วยเสริมอยู่ข้าง ๆ ฉะนั้นบรรยากาศของห้องพักคอนโดมิเนียมนี้จึงไม่ธรรมดา เพราะเพียบพร้อมด้วยมุมพักผ่อนบรรยากาศดีตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน
“งั้นลองมาเที่ยวบ้านพี่เย็นนี้เลยไหม” เสียงปลายสายเจ้าของบ้านชักชวนเราอย่างเป็นกันเองตั้งแต่ครั้งแรกที่ติดต่อขอเข้าไปเยี่ยมชมบ้าน คล้อยหลังเพียงไม่กี่อึดใจ เราก็มานั่งชมพระอาทิตย์ตกดินบนชั้น 17 ของคอนโดมิเนียมกลางเมืองอายุคราวแม่ พลางนั่งคุยกันทั้งเรื่องราวของบ้าน และเรื่องสัพเพเหระต่าง ๆ ท่ามกลางลมพัดเย็นสบาย ๆ โดยไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยีของเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมแม้แต่น้อย
“ตอนแรกก็คิดว่าจะซื้อคอนโดฯ ใหม่ แต่ราคาสูงมากและพื้นที่ค่อนข้างเล็ก เลยกลับมาคิดถึงห้องนี้ที่คุณแม่ซื้อไว้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว พอเข้ามาดูก็ชอบเลย เพราะถึงแม้จะเป็นคอนโด ฯ เก่าแต่ได้ห้องไซส์ใหญ่ เมื่อรีโนเวตใหม่ก็ออกมาสวยอย่างที่อยากได้” คุณเมย์ – นิชา สุขจารุวรรณ บอกเล่าที่มาของห้องนี้ให้เราฟัง
/ คำว่าดีไซน์คือการแก้ปัญหา อย่างห้องนี้มีพื้นที่โดนแดดน้อย เราจะแก้ปัญหายังไง
จะเลี้ยงต้นไม้แบบไหน เราว่างานดีไซน์มีประโยชน์ในชีวิตประจำวันมาก /
ด้วยพื้นฐานอาชีพของทั้งคู่ที่ทำงานด้านครีเอทีฟอยู่แล้ว โดยคุณเมย์เป็นกราฟิกดีไซเนอร์ให้บริษัท Young & Rubicam Thailand และคุณกุ่ยเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับ Leo Burnett Thailand ทั้งคู่จึงเห็นภาพบ้านในอนาคตชัดเจนมาตั้งแต่เริ่มต้น
“รสนิยมมีผลกับชีวิตเรา เพราะทำให้เราเลือกทำงานแบบนี้ และอาชีพก็ส่งเสริมให้เราได้เห็นอะไรสวย ๆ เหมือนเป็นการสร้างแรงบันดาลใจไปโดยอัตโนมัติ ทำให้เข้าใจว่าอะไรคือความสวยและดีในสายตาของเรา”
กระบวนการออกแบบเป็นหน้าที่ของคุณเมย์ โดยเน้นฟังก์ชันการใช้งานและความโปร่งโล่งอยู่สบายเป็นหลัก จึงเปิดสเปซส่วนที่เป็นห้องนอนเดิมให้เป็นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับห้องรับแขกผ่านผนังกรอบไม้ และต่อเนื่องออกสู่ระเบียงห้อง ส่วนห้องนั่งเล่นซึ่งเป็นพื้นที่ใช้งานประจำ เปลี่ยนจากเดิมที่เคยทึบตัน ด้วยการรื้อฝ้าเพดานเดิมที่ต่ำออก โชว์งานระบบที่สวยงามอยู่แล้ว และรื้อพรมที่พื้นออกเหลือเป็นพื้นปูนขัดมัน สอดคล้องกับดีไซน์สไตล์อินดัสเทรียลที่ทั้งคู่ชื่นชอบ
ส่วนเรื่องวัสดุสำหรับงานภายในบ้านและเฟอร์นิเจอร์ คุณกุ่ยเป็นคนลงมือลุยแหล่งและคัดสรรวัสดุด้วยตัวเองทั้งหมด จึงได้ของที่ถูกใจ ไม่ซ้ำใคร และคุ้มค่ามากที่สุด อย่างโต๊ะกลางตัวใหญ่ที่เป็นตัวแทนคาแร็คเตอร์ของห้องและคนทั้งสอง
“เราอยากได้โต๊ะสักตัวแบบเรียบ ๆ แต่ใส่ใจในดีเทล ไปเดินหาไม้หลายที่ จนได้บานตู้เสื้อผ้าไม้สักเก่าหน้ากว้างสองชิ้นนำมาเป็นท็อปโต๊ะ ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นที่ขอบยังเป็นรอยบากสำหรับใช้เป็นสลักประกอบเป็นตู้อยู่เลย ติดตั้งเข้ากับขาโครงเหล็กสีดำทำเอง พอเสร็จแล้วก็ออกมาถูกใจมาก เหมือนเป็นการสะท้อนความเป็นตัวเราออกมาจริง ๆ ”
นอกจากลมพัดเย็นสบายแล้ว ภายในห้องยังมีชีวิตชีวาด้วยสีเขียวชอุ่มของต้นไม้ที่เข้ามาอยู่ร่วมกับความดิบเท่ของห้องได้อย่างไม่เคอะเขิน เริ่มต้นจากการปลูกต้นกระบองเพชรก่อน แล้วต่อยอดไปศึกษาหาต้นไม้ที่เหมาะปลูกในร่ม ใบไม่ร่วง เพื่อให้ดูแลรักษาง่าย จนมาเจอเฟินหางสิงห์ เฟินชายผ้าสีดา และพรมกำมะหยี่ ซึ่งเป็นพืชที่ปลูกได้ในที่ร่มรำไร และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคุณเมย์
“พี่รู้สึกว่าควรจะมีใบเขียว ๆ บ้าง เพราะเราอยู่ในป่าคอนกรีต มองไปทางไหนก็เป็นตึกหมดเลย ก็เลยชอบต้นไม้ ตื่นเช้ามาก็รดน้ำต้นไม้ กระตุ้นความสดชื่นให้กับเช้าวันใหม่ได้ดี”
“ข้างหลังบ้านตรงนั้น” คุณเมย์พูดพร้อมกับชี้ให้เราดู “โรงงานยาสูบมีแพลนที่จะรีโนเวตเป็นสวนสาธารณะ ปอดแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ซึ่งมันดีมาก” นอกจากนี้แล้วทำเลใหม่แห่งนี้ยังช่วยจุดประกายไลฟ์สไตล์แบบที่หลายคนใฝ่ฝัน นั่นก็คือการปั่นจักรยานไปกลับออฟฟิศซึ่งใช้เวลาเพียง 5 นาที ทั้งคู่จึงสามารถใช้ชีวิตใกล้ชิดอยู่กับบ้านได้ยาวนานขึ้น บวกกับความรักในการเก็บเล็กผสมน้อย ค่อย ๆ แต่งบ้านตามธรรมชาติของการอยู่อาศัย บ้านใหม่จึงเป็นสถานที่บ่มเพาะความสุขตามใจผู้อยู่ทั้งสองอย่างไม่มีสิ้นสุด
เรื่อง : skiixy
ภาพ : จิระศักดิ์
วิดีโอ : New Media
คอลัมน์ : Room To Room
เล่ม : Decembet 2014 No.142