ในยุโรปกรีนเฮ้าส์หรือ เรือนกระจก เป็นสิ่งจำเป็น เพราะต้องควบคุมอุณหภูมิและมีระบบพิเศษเพื่อช่วยให้ต้นไม้สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องเผชิญอากาศหนาว แต่ในประเทศไทย เรือนกระจกสามารถใช้เป็นที่กันฝน ที่พักต้นไม้ หรือปลูกพืชที่ต้องการการระวังสูง จึงกลายเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่เริ่มพบเห็นได้บ่อยในการจัดสวนบ้านเราในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะสวนอังกฤษหรือสไตล์ที่สร้างกลิ่นอายแบบสวนตะวันตก เราจึงขอพาไปรู้จักและเสนอไอเดียการทำเรือนกระจกให้ผู้สนใจลองนำไปทำตามกันดูครับ
มาสร้างเรือนกระจกกัน
1. จัดการเคลียร์พื้นที่ที่จะก่อสร้างเรือนกระจกให้เรียบร้อย หากต้องการสร้างเพื่ออยู่อาศัยด้วย ควรเลือกบริเวณที่ค่อนข้างได้ร่มเงามากตลอดทั้งวัน แต่หากใช้เพาะปลูกพืช ควรเลือกพื้นที่ที่ได้รับแสงครึ่งวันหรือทั้งวันตามชนิดพรรณไม้ที่เตรียมไว้
2. ตอกเสาเข็มตรงบริเวณมุมที่วางตำแหน่งเสาของโรงเรือน จากนั้นโรยหินคลุกและทรายปรับพื้นให้เรียบเสมอกัน วางตาข่ายเหล็กผูก จากนั้นเทคอนกรีตหนา 10-15 เซนติเมตร ตกแต่งด้วยวัสดุปูพื้นชนิดต่างๆ เช่น กระเบื้องคอนกรีต อิฐมอญ กรวดแม่น้ำขนาดต่างๆ หรืออาจก่อกำแพงอิฐขึ้นมาจากพื้นประมาณ 50 เซนติเมตรและทำกระบะปลูกล้อมรอบ
3. สร้างโครงของโรงเรือนด้วยวัสดุที่ต้องการ เช่น โครงเหล็กทาน้ำยาเคลือบกันสนิม หรือไม้เนื้อแข็ง โดยระยะห่างของโครงคร่าวผนังสำหรับติดกระจกจะมีความกว้างตั้งแต่ 0.4 – 1 เมตร ส่วนหลังคาอาจให้มีชายคายื่นออกไปจากผนัง หรือจะเชื่อมโครงสร้างให้ต่อกับโครงสร้างผนังเลยก็ได้
4. ติดตั้งกระจกติดกับโครงเหล็กด้วยซิลิโคนหรือกาวสำหรับติดกระจก นอกจากนี้เราอาจเลือกวัสดุทดแทน เช่น แผ่นพอลิคาร์บอเนตหรืออะคริลิกใสที่ทนทานกว่ากระจกก็ได้ และอาจติดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศด้วย ส่วนแผ่นหลังคาจะใช้วัสดุเดียวกับผนัง หรือจะใช้หลังคาลอนใสแทนก็ได้ตามต้องการ หากต้องการให้แสงแดดเข้ามาในเรือนกระจกไม่มาก อาจใช้กระจกแบบทึบแสง หรือติดฟิล์มกันความร้อนร่วมด้วยก็ได้
5. ทาสีเก็บรายละเอียดของเรือนกระจก จากนั้นใส่บานประตู ติดตั้งระบบไฟและระบบรดน้ำต้นไม้ และนำกระถางต้นไม้กับเฟอร์นิเจอร์เข้าไปตกแต่งภายในก็เป็นอันเสร็จ
การตกแต่งเรือนกระจก
แน่นอนว่าเรือนกระจกออกแบบมาเพื่อเป็นสถานที่ปลูกต้นไม้ อนุบาลต้นไม้ และจัดสวน ทว่าในต่างประเทศมักใช้เป็นมุมนั่งเล่นหรือทำงานควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากมีอุณหภูมิอบอุ่นตลอดทั้งปี และสามารถชื่นชมความสวยงามของต้นไม้ได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจไม่เหมาะกับสภาพอากาศของบ้านเรา แต่หากต้องการสร้างมุมนั่งเล่นหรือทำงานจริงๆ ก็ควรติดเครื่องปรับอากาศเพื่อช่วยระบายความร้อนและสร้างสภาวะน่าสบายในเรือนกระจก
นอกจากนี้การตกแต่งภายในก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างโทนของสวนและบรรยากาศภายในได้เป็นอย่างดี โดยจะเน้นประเภทเครื่องมือทำการเกษตรและกระถางเป็นหลัก เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับต้นไม้ ส่วนของตกแต่งอื่นๆ ทั้งงานประติมากรรม เฟอร์นิเจอร์ และของกระจุกกระจิกที่เป็นของเก่าหรือของสะสมของเจ้าของบ้าน ซึ่งทำจากไม้หรือโลหะก็ได้ นำมาจัดวางเพื่อสร้างความโดดเด่นและเรื่องราวให้เรือนกระจก โดยนำมาจัดรวมกันเป็นมุมนั่งเล่น-รับแขกคู่กับโซฟาหรือชุดม้านั่งก็ได้ แต่หากใช้เป็นมุมทำงานอย่างเดียว อาจใช้โต๊ะทำงานและชั้นวางของเพียงสองอย่างก็เพียงพอ
เรื่อง : “ปัญชัช”
ภาพ : คลังภาพบ้านและสวน และนิตยสาร room
ภาพประกอบ : Choops