วิธีออกแบบบ้านให้ได้บรรยากาศ บ้านตากอากาศ ที่อยู่สบายในทุกวัน - บ้านและสวน

วิธีออกแบบบ้านให้ได้บรรยากาศ บ้านตากอากาศ ที่อยู่สบายในทุกวัน

รวมไอเดียออกแบบที่สามารถเปลี่ยนบ้านในเมืองให้กลายเป็น บ้านตากอากาศ บรรยากาศดี เหมาะสำหรับการพักผ่อนแม้ในวันธรรมดา และสามารถอยู่สบายในทุกวัน

ไม่ว่าจะสร้างบ้านที่ไหนก็สามารถออกแบบให้เหมือนพักผ่อนอยู่บ้านตากอากาศที่ใกล้ชิดธรรมชาติได้ด้วย 10 ไอเดียการออกแบบที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ให้การอยู่อาศัยในบ้าน รื่นรมย์เหมือนไปตากอากาศในทุกวัน

1. เปิดรับแสงธรรมชาติ

บ้านที่ให้ความรู้สึกอยู่สบายคือบ้านที่มีแสงธรรมชาติเพียงพอต่อการใช้ชีวิต เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดี วิธีการนำแสงธรรมชาติเข้ามาภายในบ้านสามารถทำได้หลากหลายวิธี เช่น 

ช่องเปิดตำแหน่งตรงกลางผนัง แสงที่ได้จะแตกต่างไปตามเวลาของวันและทิศทางของแสงแดด ได้มุมมองจากภายนอกมากกว่าแบบอื่น ควบคุมแสงได้ง่ายเพียงติดม่านหรือบานเกล็ด                    

ช่องเปิดตำแหน่งด้านล่างผนัง หรือ Clerestory Window เหมาะกับพื้นที่ต้องการแสงไม่มาก เน้นความเป็นส่วนตัว หลีกเลี่ยงมุมมองจากภายนอก ช่วยสร้างบรรยากาศห้องดูโปร่ง ลอยตัว

ช่องแสงหลังคาหรือสกายไลต์ แสงที่ได้จะกระจายทั่วห้องอย่างสม่ำเสมอ เหมาะกับพื้นที่เน้นความเป็นส่วนตัวที่เฟรมมุมมองเห็นท้องฟ้าแทนบริบทรอบข้าง

ผนังโปร่ง ผนังบ้านไม่จำเป็นต้องเป็นผนังทึบและเจาะช่องแสงเสมอไป การเปลี่ยนมาใช้วัสดุโปร่ง สามารถช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาและเกิดลูกเล่นของแสงที่น่าสนใจได้อีกด้วย มีวัสดุที่น่าสนใจ เช่น

บล็อกช่องลม นิยมใช้กับพื้นที่เปิดโล่ง เช่น โถงทางเดิน นอกจากเป็นช่องเปิดให้ลมพัดผ่าน และระบายอากาศได้แล้ว แสงจากภายนอกสามารถส่องเข้ามายังพื้นที่บริเวณรอบๆ จนแทบไม่ต้องเปิดไฟ หรือในกรณีต้องการใช้กับพื้นที่ภายในก็สามารถกรุแผ่นกระจกติดเข้าไปกับตัวบล็อกได้

-บล็อกแก้ว ช่วยนำแสงเข้ามาและพรางการมองเห็นได้ระดับหนึ่ง ทั้งยังสร้างเอฟเฟ็กต์ของ แสงที่สวย มีหลากหลายขนาดให้เลือกใช้ เช่น ขนาด 190 × 190 × 80มิลลิเมตร และ 90 × 190 × 80 มิลลิเมตร

-แผ่นพอลิคาร์บอเนต มีทั้งชนิดแผ่นตันและแผ่นกลวง ความแข็งแรงสูง น้ำหนักเบา และสามารถทนต่อแรงกระแทกได้ดี แสงสามารถผ่านได้ถึง 90% และสามารถเลือกความโปร่งแสง ได้ตามความต้องการ

-แผ่นอะคริลิก มีความเหนียว แข็งแรง และมีความยืดหยุ่น พื้นผิวมีความโปร่งใส สามารถมอง ทะลุหรือให้แสงผ่านได้ จึงนิยมนำมาใช้กั้นห้องและพื้นที่ ทั้งยังติดตั้งง่าย สามารถเลื่อยเจาะรู หรือนำไปใช้งานได้หลากหลาย

2.เปิดมุมมองเพื่อรับวิว

หากบริเวณรอบบ้านแวดล้อมไปด้วยวิวที่ดี ควรเปิดมุมมองออกสู่ภายนอกเพื่อสร้างบรรยากาศ โดยวิธีการเปิดรับวิวแตกต่างกันไปตามระดับความเป็นส่วนตัวในแต่ละฟังก์ชัน

เปิดช่องแสงรับวิวภูเขา
บ้านคุณอลิสา คุณอังกูร –
เลือกเปิดช่องแสงด้านบนเพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้ามาแบบอินไดเร็กไลต์ ทั้งได้ความเป็นส่วนตัว

1. เปิดรับวิวมาก ความเป็นส่วนตัวน้อย เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร
ลักษณะช่องเปิด : ช่องเปิดรอบด้าน เต็มแนวผนัง เพื่อสร้างความต่อเนื่องของมุมมอง
ตำแหน่ง : บริเวณที่ต้องการเฟรมมุมมองไปยังภายนอก โดยคำนึงถึงทิศทางของแดด

2. เปิดรับวิวบ้าง มีความเป็นส่วนตัวพอสมควร เช่น ห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ ห้องนอน
ลักษณะช่องเปิด : ช่องเปิดเต็มบาน ในบางผนังของห้อง
: ช่องเปิดครึ่งหนึ่งของแนวผนัง
ตำแหน่ง : บริเวณที่ต้องการเฟรมมุมมองไปยังภายนอก

3. เปิดรับวิวน้อย เน้นความเป็นส่วนตัวมาก เช่น ห้องแต่งตัว ห้องน้ำ
ลักษณะช่องเปิด : ช่องเปิดหน้าแคบ แนวยาว
ตำแหน่ง : พ้นระดับสายตา เช่น ช่องเปิดแนวยาวได้ด้านบน สร้างมุมมองเห็นท้องฟ้าหรือยอดของต้นไม้
: พ้นระยะการใช้งานที่ต้องระวังความเป็นส่วนตัว 

3.สร้างวิวส่วนตัวมาไว้ในบริเวณบ้าน

เมื่อภายนอกรอบๆ บ้านไม่มีวิวน่าชม เราสามารถสร้างวิวภายในบริเวณบ้านได้ด้วยตนเอง เพียงสร้างขอบเขตของพื้นที่ เพื่อบดบังมุมมองที่ไม่ต้องการ ได้หลากหลายวิธี เช่น

สวนคุณภูวเดช ภู่รุ่งเรืองผลและคุณเทพยุดา สัจจนานนท์

1.รั้วต้นไม้และพุ่มไม้ สร้างขอบเขตของพื้นที่ และความเป็นส่วนตัว ควรเลือกต้นไม้ที่มี ความสูงพอสมควร เพื่อบดบังมุมมองจากภายนอก เช่น ไผ่ ไทรเกาหลี 

2.แผงระแนงหรือฉากกั้นห้อง เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว ควรเลือกเป็นวัสดุโปร่ง เพื่อให้ลม ธรรมชาติสามารถผ่านได้ เช่น ระแนงไม้ ฉากกั้นลวดลายฉลุหรือลวดลายธรรมชาติ ฉากกั้นแบบพับได้ เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน 

3.ผ้าใบแบบโปร่งแสง ผ้าใบที่ผ่านการออกแบบให้มีคุณสมบัติในการผ่านแสง สามารถใช้ ในการตกแต่งภายในหรือภายนอกอาคารได้ และได้แสงธรรมชาติอย่างอ่อนโยน

4. ดึงธรรมชาติเข้ามาใกล้ตัวด้วยคอร์ตยาร์ต

หากบริเวณรอบบ้านไม่มีมุมมองธรรมชาติหรือพื้นที่สีเขียวช่วยสร้างความรื่นรมย์ การสร้าง คอร์ตยาร์ตภายในบ้านเป็นอีกวิธีที่จะช่วยสร้างสวนส่วนตัวได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ เนื่องจากคอร์ตยาร์ตสามารถทำได้หลายขนาดและรูปแบบตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งให้ความรู้สึกแตกต่างกันไปและช่วยสร้างมุมมองภายในบ้านให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น 

รูปแบบของคอร์ตยาร์ต

-รูปตัวโอ (O) ข้อดีคือพื้นที่ภายในคอร์ตมีความเป็นส่วนตัวที่สุด เป็นพื้นที่โอบล้อมที่มองเห็นได้สี่ด้าน

-รูปตัวแอล (L) เป็นรูปแบบที่นิยมมากที่สุด เพราะได้รับทั้งมุมมองและไม่รู้สึกปิดล้อมเกินไป พื้นที่มีโอบล้อมที่มองเห็นได้สองด้าน    

-รูปตัวเอช (H) ข้อดีคือได้รับมุมมองจากคอร์ตทั้งสองฝั่ง และแยกสัดส่วนของพื้นที่อย่างชัดเจน

-รูปตัวยู (U) เป็นพื้นที่โอบล้อมที่มองเห็นได้สามด้าน สามารถออกแบบอาคารให้มีระดับสูงต่ำ หรือทะลุโล่งบางส่วนเพื่อให้ลมพัดผ่านคอร์ตได้ดี      

5. สร้างบรรยากาศด้วยเสียงและกลิ่น  

นอกจากจะสร้างบรรยากาศที่สามารถรับรู้ได้ผ่านการมองเห็นแล้ว การรับรู้ผ่านเสียงและกลิ่น จะช่วยสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยให้รื่นรมย์ยิ่งขึ้น ซึ่งบ้านพักตากอากาศมักจะรายล้อมด้วยเสียงและ กลิ่นอายจากธรรมชาติ

วิธีการสร้างบรรยากาศด้วยเสียง                                           
สามารถทำได้โดยการสร้างแหล่งน้ำในบ้าน เช่น บ่อน้ำ น้ำพุ สระว่ายน้ำ หรือเสียงจากสัตว์เลี้ยง เช่น นก ช่วยสร้างบรรยากาศธรรมชาติและผ่อนคลาย  

วิธีการสร้างบรรยากาศด้วยกลิ่น
ปลูกพรรณไม้ที่มีกลิ่นหอม เช่น มะลิก้านแดง กุหลาบ เล็บมือนาง โดยคำนึงถึงทิศทางลม ให้พัดพากลิ่นเข้ามาในมุมที่ต้องการ หรือจากผลิตภัณฑ์สร้างความผ่อนคลายอย่างเทียนหอม น้ำมันหอมระเหย ที่มีกลิ่นอายธรรมชาติ

6. ใช้วัสดุธรรมชาติ หรือมีลวดลายเส้นสายจากธรรมชาติ

การเลือกใช้วัสดุกับองค์ประกอบต่างๆ ภายในบ้าน เช่น พื้น ผนัง ฝ้า เฟอร์นิเจอร์ มีส่วนอย่างมาก ในการสร้างบรรยากาศ หากต้องการสร้างความรู้สึกพักผ่อน ควรเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติหรือใกล้เคียง เช่น ไม้ หิน ดิน ไม้ไผ่ เป็นต้น

ไม้ สามารถนำมาใช้ทำโครงสร้าง ปูเป็นวัสดุพื้น ผนัง ฝ้า หรือแม้กระทั่งเฟอร์นิเจอร์ ช่วยสร้าง ความรู้สึกอบอุ่น ลดความอึดอัดของพื้นที่ และให้เอฟเฟ็กต์ของแสง เมื่อมีแสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาได้ ค่อนข้างนุ่มนวลไม่ขาวจนเกินไป

บ้านคุณสุพรรณี วิจิตพาวรรณ และคุณขจี เกศจุมพล

หิน เป็นวัสดุที่มีความแข็งแรง และมีความสวยงามฉพาะตัวด้วยลวดลายที่แตกต่างกันไป ตามประเภทและแหล่งกำเนิด นิยมนำมาปูพื้นทั้งภายในและภายนอกรวมไปถึงตกแต่งผนัง

-หินทราย มีความทนทานและมีคุณสมบัติกันไฟสูง นิยมนำไปตกแต่งผิวภายนอก เช่น พื้น ผนัง

-หินแกรนิต เนื่องจากความแข็งแรงสูง จึงนิยมใช้ปูพื้น หรือทำท็อปเคาน์เตอร์ครัว 

-หินอ่อน ลวดลายสวยงาม นิยมใช้กรุผนัง ปูพื้น ทำท็อปโต๊ะ หรือแกะสลัก ไม่เหมาะกับการนำ ไปใช้ทำท็อปเคาน์เตอร์ เนื่องจากไม่ทนการกัดกร่อน

-กรวดล้าง ทรายล้าง ใช้ทำผนัง พื้นส่วนทางเดิน บริเวณโดยรอบสระว่ายน้ำ หรือลาน กิจกรรมกลางแจ้ง

ไม้ไผ่ ด้วยคุณสมบัติน้ำหนักเบาและแข็งแรงจึงสามารถนำมาทำเป็นโครงสร้างบ้าน และไม้ไผ่มีสีสัน พื้นผิวที่อบอุ่นจึงนิยมนำมาตกแต่งเป็นพื้น ผนังอีกด้วย

กระเบื้องลวดลายธรรมชาติ เช่น กระเบื้องลายไม้ กระเบื้องลายดินเผา กระเบื้องลายใบไม้

อิฐ ด้วยลักษณะพื้นผิวและโทนสีส้มแดง แลดูธรรมชาติ จึงมักนิยมทำเป็นผนังแบบก่อโชว์แนว เพื่อสร้างกลิ่นอายทรอปิคัล

7. ออกแบบแสงสว่างสร้างบรรยากาศพักผ่อน

แสงที่ใช้ในงานออกแบบนั้นมีหลากหลายประเภท ในพื้นที่หนึ่งจะประกอบด้วยแสงจากหลายส่วน เพื่อสร้างบรรยากาศในแต่ละจุดของพื้นที่ให้มีความสว่างอย่างเหมาะสม 

ทำความรู้จักกับประเภทของแสง 

แสงส่องสว่างหลัก (Ambient Light) ให้แสงทั่วไปทั่วทั้งห้อง เช่น โคมไฟเพดาน หรือแสงธรมชาติ จากหน้าต่างที่ทำให้ห้องสว่างพอเหมาะ โดยที่ไม่เจาะจงทิศทางหรือความเข้มของแสง เช่น แสงที่สะท้อน จากกำแพง เพดาน หรือพื้นผิวต่างๆ ในห้อง แสงนี้ทำให้พื้นที่หรือวัตถุทั้งหมดมีการสว่างอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีเงาหรือแสงที่เด่นชัดเฉพาะจุด

แสงเน้น (Task Light)  แสงที่เน้นลงบนพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งสำหรับการทำกิจกรรมเฉพาะ เช่น แสงสว่างที่โต๊ะทำงาน หรือบริเวณเคาน์เตอร์ครัว แสงประเภทนี้ไม่ควรจะสว่างมากจนเกินไป และควรมีสีของแสงที่แตกต่างจากแสงบรรยากาศ

แสงตกแต่ง (Accent Light) ใช้เพื่อเน้นสร้างบรรยากาศ หรือเน้นวัตถุเฉพาะจุด เช่น แสงที่ตกแต่งภาพ สร้างความสวยงามให้มุมใดมุมหนึ่งของบ้านให้มีมิติสวยงามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การใช้เทคนิคแบบซ่อนไฟที่ทำได้ทั้งบนฝ้าเพดาน และเฟอร์นิเจอร์บิลท์อิน

เทคนิคการใช้แสงเพื่อสร้างบรรยากาศบ้านพักตากอากาศ

1.เลือกใช้โทนสีแสงอบอุ่น (Warm Light)
-เลือกแสงที่มีอุณหภูมิสีต่ำ (2700K – 3000K): แสงสีเหลืองอ่อนหรือสีส้มอ่อนช่วยให้บรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลาย
-ใช้หลอดไฟ ที่มีค่าความสามารถในการแสดงสี (CRI) สูง เพื่อให้แสงมีคุณภาพและสีสันของสิ่งของในพื้นที่ดูเป็นธรรมชาติ

2.เน้นใช้แสงตกแต่ง (Accent Light) กับพื้นที่ในบ้าน
สร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ดูมีมิติ และมุมมองน่าสนใจเฉพาะจุดด้วยการใช้แสงตกแต่งกับฝ้า ผนัง หรือบิล์อินต่างๆ เพื่อให้แสงสะท้อนออกมาอย่างนุ่มนวล ช่วยสร้างบรรยากาศสงบและผ่อนคลาย ยิ่งขึ้น โดยสามารถออกแบบได้ดังนี้


ไฟซ่อนตามบิลท์อิน เพิ่มมิติความสวยงามในพื้นที่ และยังสร้างความปลอดภัยเมื่อใช้งานกลางคืน

3. Lighting and Texture ใช้เทคนิคแสงกับพื้นผิววัสดุ
การสาดแสงเพิ่มมิติให้ผนังที่มีพื้นผิวธรรมชาติด้วยการจัดไฟแบบเฉพาะจุด เพื่อให้แสงตกกระทบ กับลวดลายธรรมชาติ เน้นความสวยงามให้โดดเด่นขึ้นมา เช่น การซ่อนไฟบริเวณผนังหินตกแต่ง ผนังไม้

4. เลือกดีไซน์โคมตกแต่งให้เข้ากับบรรยากาศ
เพื่อสร้างกลิ่นอายบ้านพักตากอากาศควรเลือกโคมตกแต่งที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ ไม้สาน หวาย ไม้ไผ่ เป็นต้น

5.เพิ่มไฟนอกบ้าน สร้างบรรยากาศยามค่ำคืน
เพิ่มแสงสว่างให้พื้นที่นอกบ้านด้วยโคมไฟติดผนังในโทนสีอบอุ่นหรือ Warm Light โดยใช้สายไฟและอุปกรณ์สำหรับงานภายนอก และไม่ลืมที่จะให้แสงสว่างกับพื้นที่สีเขียวด้วยไฟส่องต้นไม้ หรือไฟตามทางเดินในสวน นอกจากจะปลอดภัยแล้วยังช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายในยามค่ำคืน


ภาพ: คลังภาพบ้านและสวน
เรื่อง: Nantagan